26/07/2021

เว็บหนังออนไลน์ฟรี เต็มเรื่องแนะนำ หนังสนุกให้คุณ ไม่จำกัด

ขอแนะนำเว็บดูหนังน้องใหม่ให้คุณครับ เว็บหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีไม่เสียตัง ในเว็บมีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังเกาหลี การ์ตูนและซีรีย์มากมายให้ดูกันค่ะ มีหนังทั้งพากย์ไทย

จอมขมังเวทย์ 2020 ภาคต่อที่รอ

จอมขมังเวทย์ ภาคแรกออกฉายในปี พุทธศักราช 2548 ผลงานการควบคุมของปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์แสดงนำโดยฉัตรชัย เปล่งแสงพานิชแล้วก็อัครา อมาตยกุล หนังแนวแอ็คชั่น ทริลเลอร์ที่ถือเอาความเชื่อถือทางไสยเวทมารวมรวมกับหนังแนวสืบสวนสอบสวน เรียกได้ว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ยังค้างอยู่ในความทรงจำของแฟนหนังไทยจำนวนหลายชิ้น

เกิดอะไรขึ้นในหนังภาคแรก

mark 1
อำนาจ (ฉัตรชัย เปล่งแสงพานิช) สมัยก่อนนายตำรวจหน่วยพิเศษเคยจับคนร้ายที่มีความรู้และมีความเข้าใจเก่งทางคาถา หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้ามานับไม่ถ้วน แต่ตัวเขาเองกลับถูกทำโทษคดีวิสามัญคนร้ายกระทั่งกลายเป็นผู้ต้องขังถูกขังลืมอยู่ในคุกมืดแดนคุมขังพิเศษ
10 ปีผ่านไปอำนาจได้ล่องหนไปจากห้องขังแบบล่องหนได้ ทำให้พ.ท.ทศพล สมัยก่อนสหายนายตำรวจได้ออกคำสั่งจับตายอำนาจ แล้วก็มีคำสั่งมาถึงร้อยตรี สงบ (อัครา อมาตยกุล) ให้ตามทำคดีนี้ แต่ว่าระหว่างตามหาตัวอำนาจ สงบกลับเจอแต่เรื่องราวประหลาดเกี่ยวกับเรื่องของคุณไสยมนต์ดำ อาทิเช่นการเสกตะปูเข้าท้อง คนร้ายที่หนังเหนียวหนังเหนียว แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยยากขนาดไหนสงบก็ไม่หวาดกลัวแล้วก็เอาจริงเอาจังที่จะจับกุมอำนาจมาให้ได้ เมื่อเขารู้ตัวว่าตนเองอาจจะจำต้องเจอหน้ากับจอมขมังเวทย์ผู้ครอบครองคาถา วิถีทางเดียวที่จะสยบเขาให้ได้เป็นเป็นให้ “เหนือกว่าจอมขมังเวทย์”
กระทั่งผู้ชมในยุคสมัยนั้นจดจำคำคมจากนักแสดงของอำนาจได้ว่า “มึงอย่าบ้าราวกับข้าก็แล้วกัน” ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

เกิดอะไรบ้างใน จอมขมังเวทย์ 2020

mark 2
ท่ามกลางการสูญเสียครั้งใหญ่ของวิน(หมาก ปริญ) หนุ่มคนรอดชีวิตจากเรื่องราวฆาตกรรมกลับจำต้องเปลี่ยนแปลงความเชื่อถือแล้วก็เลื่อมใสที่มีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยมุ่งหน้าเพื่อไปสู่ศาสตร์ลึกลับแล้วก็คาถาเวทต่างๆเพื่อสืบเสาะหาแล้วก็จัดแจงคนร้ายด้วยตัวเอง แต่ว่ายิ่งเขาสืบเสาะหาตัวคนร้ายเยอะแค่ไหน เขาก็ยิ่งถลำลึกสู่ด้านมืดมากขึ้นทุกที กระทั่งทำให้จำต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับ “จอมขมังเวทในตำนาน” (นก ฉัตรชัย), “ผู้คลั่งพลังทำลายล้าง” (ก๊อต จิรายุ) แล้วก็ “เจ้าลัทธิใหม่ที่สมัย” (นก สินจัย) ซึ่งล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมร่วมกันทั้งสิ้น นี่เป็นการเผชิญหน้ากันครั้งสำคัญ ที่มีเลื่อมใสที่ตัวตนเป็นพนันแล้วก็คาถาปาฏิหาริย์เป็นตัวชี้ชะตา กำลังปะทุถึงระดับสูงสุด

นี่เป็นหนังภาคต่อ! ไม่ใช่รีเมค หรือรีบูต

mark 3
สำหรับเพศผู้ดูแลต้อม-ปิยะจำพวก ชูเพ็ชร์ ที่ดูแลหนังภาคแรก ได้บอกว่าจอมขมังเวทย์ 2020 ไม่ใช่หนังรีเมค ไม่ใช่หนังย้อนอดีต เป็นหนังต่อภาคอย่างแท้จริง ซึ่งเขาได้รับช่องทางสำหรับการกลับมาปั้นเรื่องราวในโลกคาถาอีกทีโดยกลายเป็นผลึกเรื่องราวความเชื่อถือ ความเลื่อมใส แล้วก็มุมมองด้านสังคมในแต่ละสมัยที่ส่งต่อแล้วก็เชื่อมโยงถึงกันมาใส่ไว้ภายในบทภาพยนตร์
ในมุมมองที่น่าสนใจของเพศผู้ดูแลที่สะท้อนออกมาว่า “ภาคต่อกับขณะ” ถือเป็นแนวคิดที่สำคัญไม่น้อย เนื่องด้วยในเวลานี้แนวคิดประเด็นการต่อสู้ระหว่างคุณงามความดีกับความเลวทรามนั้น มุมมองของมนุษย์ก็เริ่มมีความไม่เหมือนเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีหน้าที่กับความคิด ความเชื่อถือแล้วก็ความเลื่อมใสของมนุษย์ก็เลยแปรไปตามระยะเวลา ผู้กำกับก็เลยเริ่มตั้งปัญหาที่ว่า “ยุคนี้เขาเลื่อมใสอะไรแล้วก็สมัยก่อนเลื่อมใสอะไร” กระทั่งเขาได้ไอเดียที่ว่าด้วยความไม่เหมือนระหว่างความเชื่อถือของคนต่างยุคสมัยเอามาสู่ใจความสำคัญอะไรได้บ้าง
“ความคิดของการเผชิญหน้ากันเรื่องความเชื่อถือของตนเอง บางสิ่งพวกเราคิดว่ามันงมงาย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันอยู่ใกล้ๆรอบตัวพวกเราหมดเลย พวกเราห้อยพระ พวกเราไปไหว้พระ เพื่อให้เรามีความรู้สึกว่าพวกเรามีกำลัง พวกเรามีเลื่อมใสในตนเองขึ้น ยุคเก่าพวกเราไปเคารพบูชา แต่ในตอนนี้มันซึ่งก็คือเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องอำนาจจิต เรื่องพลังจักรวาลอะไรอย่างนี้ อันนี้เป็นคอนเซปต์ที่พวกเราเอ๋ยถึงความเชื่อถือของคนสองสมัยมาเจอกัน พวกเราจะเชื่ออะไรมากกว่ากัน ซึ่งมันก็จะเป็นเรื่องราวแล้วก็กรรมวิธีการของจอมขมังเวทแต่ละคนที่จะใช้ศาสตร์คาถา เวทมนตร์ ไสยเวทต่างๆมาต่อสู้กันตามความเชื่อถือแล้วก็เลื่อมใสของแต่ละคนเอง” ต้อม-ปิยะจำพวก ชูเพ็ชร์ กล่าว

เพราะเหตุใดจำต้องใช้ดาราหนังเบอร์ใหญ่ขนาดนี้
“จอมขมังเวทย์ 2020” เป็นการก้าวเข้าสู่โลกคาถาครั้งใหม่แล้วก็เจอหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของ “เหล่าจอมขมังเวท” นานาประการคาแร็กเตอร์แบบนี้ “ความศักดิ์สิทธิ์ทางการแสดง” ก็เลยเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ผู้กำกับจำต้องโฟกัสเป็นพิเศษไม่แพ้ด้านอื่นๆแล้วก็ได้เลือกสรร “กลุ่มดาราหนังขมังเวท” ซึ่งทีมงานตัดสินใจใช้ดาราหนังระดับแถวหน้าของแวดวงสนุกสนานไทย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นหน้าจอหนังใหญ่ทีแรกของ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ การกลับมารับบทบาทเดิมจากภาคที่แล้วของนก-ฉัตรชัย เปล่งแสงพานิช ก๊อต-จิรายุ ตันเครือญาติ กับบทชายหนุ่มที่เผลอไผลในศาสตร์มืด นก-สินจัย เปล่งพานิช กับการคืนหน้าจอใหญ่ในบทเจ้าแม่ลัทธิ! รวมถึงดาราหนังเลือดใหม่อาทิเช่น คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล แล้วก็ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา โดยเหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับการใช้ดาราเบอร์เต็งขนาดนี้ก็เนื่องจากว่า หนังปรารถนาความสามารถทางด้านการแสดงที่จะจำต้องเชือดเฉือนอารมณ์กัน เนื่องด้วยทุกนักแสดงมีความซับซ้อน น่าคลั่งไคล้แล้วก็เป็นตัวละครที่มีความทะยานอยากทุกตัว
นอกจากดาราหนังเบอร์ใหญ่แล้ว งานเทคนิคพิเศษแล้วก็ฉากแอ็คชั่นในหนังเรื่องนี้จัดเต็มแล้วก็อัดแน่นไม่แพ้กัน ซึ่งบรรดาฉากต่อสู้ปลดปล่อยพลังทางไสยศาสตร์ย์นั้น เรียกได้ว่าเป็นฉากที่ผู้ชมหนังไทยในปี 2019 จำเป็นจะต้องจดจำอย่างไม่ต้องสงสัย!