21/10/2021

เว็บหนังออนไลน์ฟรี เต็มเรื่องแนะนำ หนังสนุกให้คุณ ไม่จำกัด

ขอแนะนำเว็บดูหนังน้องใหม่ให้คุณครับ เว็บหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีไม่เสียตัง ในเว็บมีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังเกาหลี การ์ตูนและซีรีย์มากมายให้ดูกันค่ะ มีหนังทั้งพากย์ไทย

ชำแหละ 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ ปราบ ลิเวอร์พูล ฉลุยเอฟเอคัพ

“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ “ลิเวอร์พูล” ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมัน เข้ารอบ 5 เอฟเอคัพได้เสร็จ และก็นี่เป็น 4 เรื่องสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมแลกกันเดือด คนไหนกันพลาดโดน

แมนยูฯ ออกสตาร์ตเกมนี้ได้ออกจะดีอย่างยิ่งจริงๆ ได้ลุ้นก่อนถึง 2 จังหวะจากการยิงของ เมสัน กรีนวูด คราวแรกยิงไปติดเซฟ อลิสสัน ครั้งที่สองหลุดเสาแรก จริงๆจังหวะแรกหากจ่ายให้ ฟาน เดอ เบค ที่วิ่งเพิ่มเติมขึ้นมาก็บางครั้งอาจจะได้ประตูไปแล้ว แล้วหลังจากนั้นนาทีที่ 18 เปลี่ยนเป็น ลิเวอร์พูล ที่ออกนำก่อน 1-0 แบบง่ายๆเลย เมื่อ โรกางร์โต เฟอร์มิโน ส่งบอลทะลุไปให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าจุดโทษก่อนชิพบอลข้ามตัว ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไป แต่ถ้าว่านาทีที่ 26 แมนยูฯ ตีเสมอ 1-1 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงตุงตาข่าย แล้วหลังจากนั้นแมนยูฯ ครอบครองเกมไว้ได้หมดก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ต่อกันที่ช่วงหลัง เริ่มมาแค่ 3 นาที แมนยูฯ ขึ้นนำ 2-1 เมื่อ เมสัน กรีนวูด ส่งบอลขึ้นมาทางซ้าย รีส วิลเลียมส์ ปราการหลังดาวรุ่งลิเวอร์พูลสกัดบอลวืด เลยมาถึง แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย เกมเปิดแลกกันเดือด นาทีที่ 58 ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ เจมส์ ไม่ลเนอร์ ตัดบอลได้ในดินแดนของยูไนเต็ดก่อนจ่ายแม้กระทั่ง เฟอร์มิโน ผ่านบอลเข้ากึ่งกลาง ไม่ลเนอร์ ข้ามหลอกให้ ซาลาห์ ยิงเข้าไป พอเพียงตีเสมอได้เสร็จ ลิเวอร์พูล ฝ่าใส่อย่างหนักเพื่อหวังเอาประตูเพิ่ม แม้กระนั้นการยิงของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ กับ ซาลาห์ โดน ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟไว้ได้ทั้งหมดทั้งปวง จนกระทั่งนาทีที่ 77 แมนยูฯ มาได้ฟรีคิกหน้าจุดโทษ และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ปั่นเข้าไปตุงตาข่าย พาผีแดงคว้าชัย 3-2 ไปสุดท้าย ตีตั๋วเข้ารอบ 16 กลุ่มได้เสร็จ ไปเจอกับ เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด

liver

2.ฟาน เดอ เบค-แม็คโทมิเนย์ ทำได้ไม่ดีพอเพียง

เกมนี้ ดอนนี ฟาน เดอ เบค ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง มองไปดูมาราวกับจะดีเพราะมีจังหวะเล่นบอลจังหวะเดียวแบบงามๆให้เห็น กระทั่งช่วยทำให้กลุ่มมีลุ้นทำคะแนน แม้กระนั้นพอเพียงเล่นไปเรื่อยๆดันเบาๆหายไปจากเกมและก็บทบาทออกจะน้อย และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ลงมาแทนที่เขาและก็เป็นคนซัดฟรีคิกเป็นประตูชัยให้ผีแดงในเกมนี้ ครั้งคราว ฟาน เดอ เบค บางทีอาจจะต้องใช้เวลาสำหรับเพื่อการปรับพฤติกรรมให้เข้ากับระบบการเล่นของกลุ่มอีกสักระยะ แม้กระนั้น โอเล กุนนาร์ โซลชารื ทำถูกแล้วที่ให้โอกาาสเขาได้ลงสัมผัสเกมสำคัญๆอย่างนี้ เพื่อจะทำให้ตัวนักฟุตบอลมีความมั่นใจและความเชื่อมั่นที่จะต้อสู่สำหรับเพื่อการแย่งตำแหน่งในกลุ่มต่อไป ส่วน สกอตต์ แม็คโทมิเนยื วันนี้มองเฉือยแปลกๆเข้าบอลช้าหนึ่งจังหวะตลอด ยิงจังหวะเสียประตูแรกเขาปลดปล่อยให้ เฟอร์มิโน ได้ส่งบอลให้ ซาลาห์ หลุดไปยิงกล้วยๆไม่เพียรพยายามจะเข้าไปบีบแย่งบอลอะไร อย่างไรก็แล้วแต่ น้องแม็ค ก็ยังเป็นนักฟุตบอลคนสำคัญของกลุ่มเพราะฤดูนี้มันมีนัดที่เขาเล่นดียิ่งกว่าเล่นห่วยนั่นเอง

3.ชอว์, แรชฟอร์ด, กรีนวูด, บรูโน สุดปัง

นัดหมายนี้หากไม่นับจังหวะปลดปล่อยให้ ซาลาห์ วิ่งแซงไปยิงขึ้นนำ 1-0 จัดว่า ลุค ชอว์ สะดุดตามากๆโดยเฉพาะการวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบไม่มีหมด เพิ่มเติมเกมรุกได้อย่างดุเดือดจนได้ขึ้นมาเปิดบอลหลายที เล่นอย่างนี้น่าจะทำให้ อเล็กซ์ เตลเลส ยากมากที่จะเบียดขึ้นมาแย่งตัวจริงได้ อย่างไรก็แล้วแต่นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นได้ว่า การที่ยูไนเต็ดดึง เตลเลส เข้ามา นั้นทำให้ ลุค ชอว์ ยกฐานะฝีเท้าขึ้นมาอย่างชัดเจน เพราะมีคนรอลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งนั่นเอง ส่วน แรชฟอร์ด บางวันดีบางวันห่วย แม้กระนั้นนัดหมายนี้บอกเลยว่าโหดเหี้ยมสุดๆโดยเฉพาะจังหวะเปิดบอลให้ กรีนวูด หลุดไปยิงตีเสมอนั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆและก็จังหวะที่เจ้าตัวได้หลุดไปยิงขึ้นนำ 2-1 ก็จบสกอร์ได้อย่างไม่มีที่ติ ช่วงเวลาที่ กรีนวูด แม้ว่าจะพลาด 2 โอกาสทองในช่วงต้นเกม แม้กระนั้นก็มาแก้ตัวยิงตีเสมอ 1-1 ให้กลุ่ม และก็ยังได้มา 1 แอสซิสต์จากการจ่ายให้ แรชฟอร์ด ยิง จะต้องยกนิ้วให้การประสานงานระหว่าง กรีนวูด และก็ แรชฟอร์ด ที่เข้าขากันสุดๆส่วน บรูโน ไม่ต้องพูดเยอะแยะ ลงมาแล้วยกฐานะกลุ่มได้โดยทันที ก่อนจะซัดฟรีคิกปลิดวิญญาณพาทีมคว้าชัยไปสุดท้าย

liver 2

4.แนวรับหงส์อาการหนัก-เกมรุกดีขึ้น

กล่าวได้ว่าโดนงามมาแต่ละทีรั่วกระจาย สำหรับแนวรับของลิเวอร์พูลที่เกมนี้จัด 4 คน จากซ้ายไปขวามี แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, รีส วิลเลียมส์ และก็ เทรนต์ อเล็กซานดอร์ อาร์โนลด์ เริ่มกันที่จังหวะเสียประตูตีเสมอ 1-1 โดนโต้กลับเร็ว ไม่มีผู้ใดเข้าไปบีบบ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงกล้วยๆกล่าวได้ว่าแผงหลังหลุดกันยกแผง ส่วนจังหวะโดนแซงนำ 2-1 รีส วิลเลียมส์ จะต้องรับผิดชอบไปคนเดียวแบบเต็มๆเพราะสกัดลูกเปิดของ เมสัน กรีนวูด วืด กระทั่งทำให้บอลหลุดไปถึง แรชฟอร์ด ควบพาบอลเข้าไปยิงตุงตาข่าย
ส่วนจังหวะเสียประตูที่ 3 ฟาบินโญ จะต้องรับผิดชอบเพราะดันไปทำฟาวล์ในระยะที่อันตราย กระทั่งถูก บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดฟรีคิกเข้าไป ส่วนเกมรุกของลิเวอร์พูล กลับมาสดชื่นอีกครั้งโดยเฉพาะ โรกางร์โต เฟอร์มิโน กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทำได้ดีเลิศๆเฟอร์มิโน จัดไป 2 แอสซิสต์แบบงามๆส่วน ซาลาห์ ก็เรียกความเฉียบคมกลับมาได้จาก 2 ประตูที่ทำได้ในเกมนี้