03/08/2021

เว็บหนังออนไลน์ฟรี เต็มเรื่องแนะนำ หนังสนุกให้คุณ ไม่จำกัด

ขอแนะนำเว็บดูหนังน้องใหม่ให้คุณครับ เว็บหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีไม่เสียตัง ในเว็บมีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังเกาหลี การ์ตูนและซีรีย์มากมายให้ดูกันค่ะ มีหนังทั้งพากย์ไทย

ด่วน ศาลฎีกา แก้โทษ “ลุงวิศวะ” ติดตะราง 3 ปี 4 เดือน รอการลงโทษ 3 ปี

ศาลฎีกาอ่านคำวินิจฉัยลับหลัง ตัดสินคดีแก้โทษ “คุณลุงวิศวะ” ติดตะราง 3 ปี 4 เดือน ให้คอยการลงทัณฑ์ไว้ 3 ปี คุมการปฏิบัติ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมปฏิบัติตัว ทุก 3 เดือน

กรณี เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 เดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลได้นัดหมายอ่านคำวินิจฉัยในชั้นศาลฎีกา คดีที่ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 56 ปี วิศวกรบริษัทฯ เป็นจำเลยในความผิดพลาดฐานนำเอาอาวุธปืนไปในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควรจะ และก็ความผิดพลาดฐานฆ่าคนอื่นโดยจงใจ โดยก่อเหตุยิง นายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ อายุ 17 ปี จากเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถ เหตุกำเนิดใกล้ตลาดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี  เมื่อค่ำวันที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ตัดสินคดีว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนอื่นโดยจงใจ ติดตะราง 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม อาจติดตะราง 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง อาจปรับ 2,000 บาท รวมติดตะราง 10 ปี และก็ปรับ 2,000 บาท ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไป ตราบจนกระทั่งจะจ่ายเสร็จแก่ผู้ร้อง

โดย นายวันชัย แสงสว่างสุวรรณ์ ทนายความฝ่ายคนตาย ได้เป็นตัวแทนฝ่ายปัญหาผู้เสียหาย เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยศาลฎีกา ในเวลา 09.40 น. โดยตุลาการท่านได้คอยอีกทั้งจำเลยและก็ทนายความฝ่ายจำเลย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบ 10.30 น. ไม่มีวี่แววว่าจำเลยและก็ทนายความฝ่ายจำเลย จะเดินทางมาตามนัด และก็มีท่วงท่าจะติดต่อกลับมา ทางตุลาการ จึงกระทำตามวิถีทางที่ถูกต้องแห่งกฎหมายคือ สั่งยึดยึดรับรองจำนวน 874,000 บาท พร้อมออกหมายจับ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หรือ คุณลุงวิศวะ โดยภายใน 1 เดือนถ้าเกิดจับตัวได้ก็จะควบคุมตัวมาฟังคำวินิจฉัย แต่ถ้าเกิดยังตามจับตัวไม่ได้ ก็จะอ่านคำวินิจฉัยลับหลัง ในวันที่ 17 มิถุนายน นั้น

ความก้าวหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลได้นัดหมายอ่านคำวินิจฉัยศาลฎีกา ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3544 / 2561 ระหว่าง พนักงานอัยการจ.ชลบุรีโจทก์ นางสาวมณีพร ผึ้งผาย โจทก์ร่วม นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ จำเลย คดีต่อเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 เดือนกันยายน 2560 พนักงานอัยการจ.ชลบุรีเป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ เป็นจำเลย ในความผิดพลาดฐานฆ่าคนอื่นโดยจงใจ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุควรและก็โดยไม่ได้รับใบอนุมัติ จากในกรณีที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายนวพลหรือปอนด์ ผึ้งผาย ถึงแก่กรรม เหตุกำเนิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2560 ที่บริเวณแยกครกใหญ่ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จ.ชลบุรีหรือเป็นที่ทราบกันโดยธรรมดาว่า “คดีคุณลุงวิศวะยิงเด็กนักเรียน มัธยม4” ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดพลาดฐานพาอาวุธปืนฯ ส่วนความผิดพลาดฐานฆ่าคนอื่นโดยจงใจ จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุคุ้มครอง

ศาลชั้นตันมีคำวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ และก็ฆ่าคนอื่นโดยจงใจตามฟ้อง ฐานฆ่าคนอื่นโดยจงใจ ติดตะราง 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม อาจติดตะราง 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง อาจปรับ 2,000 บาท รวมติดตะราง 10 ปี และก็ปรับ 2,000 บาท ยกคำอ้อนวอนเข้าร่วมเป็นโจทก์ของผู้ร้อง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไปตราบจนกระทั่งจะจ่ายเสร็จแก่ผู้ร้องโจทก์และก็จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตัดสินคดียืนจำเลยศาลฎีกาศาลฎีกาพินิจพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มูลเหตุคดีเริ่มต้นเมื่อพวกของผู้เสียชีวิตจอดรถยนต์ตู้ซ้อนคันกับรถยนต์ของจำเลย โดยไม่ได้สนใจว่ารถยนต์ของจำเลยที่จอดริมฟุตขว้างทจะออกไปได้ไหม เมื่อภริยาจำเลยบอกให้ทราบว่ารถยนต์ของจำเลยกำลังจะออก แต่พวกของผู้เสียชีวิตไม่ขยับให้ กลับบอกให้รอก่อน การจอดรถซ้อนคันกีดขวางออกถนนหนทางของรถยนต์คันอื่น อีกทั้งไม่ยอมรีบขยับรถให้รถคันที่ตนจอดขวางอยู่ออกไปได้ ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปทำกัน เหตุเช่นนี้ คนทั่วไปไม่ว่าใครก็ตามพบเห็น ย่อมต้องรู้สึกโกรธเป็นธรรมดา จำเลยกล่าวถ้อยคำไม่สุภาพหลายคราว แต่มีเพียงถ้อยคำเดียวที่พวกของผู้เสียชีวิตได้ยินก่อนที่จะพากันขึ้นรถยนต์ตู้ไป ส่วนถ้อยคำไม่สุภาพอื่นจำเลยแถลงการณ์ในรถยนต์ของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้พวกของผู้เสียชีวิตมีความรู้สึกว่าจำเป็นต้องเอาเรื่องกับจำเลย อีกทั้งเหตุที่เกิดขึ้นก็แค่ทำให้จำเลยเสียเวลาไปบ้างบางส่วน จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญโตถึงขั้นต้องฆ่ากัน น่าไว้วางใจว่า ในระหว่างที่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายเขยื้อนออกจากบริเวณหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้ง ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีความคิดที่จะเอาเรื่องอีกฝ่ายเนื่องจากเหตุจากการทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเหตุกลางทางตั้งแต่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายออกจากร้านขายอาหารทะเลแห้ง จนกระทั่งเวลาก่อนจะถึงแยกครกใหญ่ พวกของผู้เสียชีวิตก็แค่เปิดไฟสูงใส่จำเลย ไม่ได้ขับแข่งขัน ขับแซง หรือปาดหน้า ในขณะที่อยู่ในวิสัยซึ่งสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนฝ่ายจำเลย การปฏิบัติภายในรถบ่งบอกถึงได้ว่า หลังจากออกจากหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้งไม่นาน จำเลยและก็ภริยาต่างหยุดความขุ่นเคืองได้และก็เกรงว่าจะถูกฝ่ายผู้เสียชีวิตรังแก จึงมีความคิดจะไปอ้อนวอนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลอื่น เมื่อรถยนต์ของทั้งสองฝ่ายไปถึงแยกครกใหญ่ จำเลยมิได้ขับรถปาดหน้ารถพวกของผู้เสียชีวิตเพื่อไปจอดรถที่ริมฟุตขว้างท และก็มิได้มีการปฏิบัติยุให้คนภายในกลุ่มผู้เสียชีวิตมาทะเลาะวิวาทต่อสู้กันอีก เมื่อมีคนภายในกลุ่มของผู้เสียชีวิตหลายๆคนอยู่ล้อมรอบรถยนต์ของจำเลย ผู้เสียชีวิตมุดหัวเข้ามาในรถยนต์ของจำเลย พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า “แกจะรบไม่” หลายคราว และก็มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้เสียชีวิตจะเข้ามารังแกจำเลยในชั่วเวลาอีกไม่นาน ขณะเดียวกันจำเลยยังถูกพวกของผู้เสียชีวิตต่อยจากทางข้างหลัง ย่อมนับได้ว่าทำให้เป็นอันตรายซึ่งเกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายอันละเมิดต่อข้อบังคับและก็เป็นภัยอันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและก็ร่างกายของจำเลยแล้ว ประกอบกับจำเลยนั่งอยู่ที่ที่นั่งผู้ขับอันเป็นการอยู่ในที่จำกัดและก็ขยับเขยื้อนร่างกายได้ยาก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงออกไป จึงเป็นทางเดียวที่จะให้จำเลยพ้นจากการถูกรังแก โดยผู้เสียชีวิตและก็พวกได นับได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำเพื่อคุ้มครองตนให้พ้นภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายอันละเมิดต่อข้อบังคับและก็เป็นภัยอันตรายที่กำลังจะถึง แต่เมื่อจำเลยมองเห็นอยู่แล้วว่าผู้เสียชีวิตและก็พวกไม่มีอาวุธ ถ้าเกิดจำเลยเพียงนำเอาอาวุธออกมาขู่ว่าจะยิง หรือยิงออกไปโดยไม่จำเป็นต้องให้ถูกผู้เสียชีวิตหรือยิงไปที่อวัยวะอื่นที่ไม่มีความสำคัญของผู้เสียชีวิต ก็ย่อมเพียงพอที่จะยับยั้งมีให้ผู้เสียชีวิตและก็พวกเขามารังแกได้แล้ว แต่จำเลยกลับใช้อาวุธที่หน้าอกซ้ายของผู้เสียชีวิต ถึงแม้ยิงเพียงนัดหมายเดียวก็ไม่เป็นการได้สัดส่วนกับภัยอันตรายที่เกิดขึ้นหรือบางทีอาจเกิดขึ้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความไม่ถูกฐานฆ่าคนอื่นโดยคุ้มครองเกินควรแก่เหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยถูกลงโทษติดตะรางมาก่อน เหตุคดีนี้เกิดขึ้นจากฝ่ายผู้เสียชีวิตจอดรถยนต์กีดขวางรถยนต์ของจำเลยจนกระทั่งเหตุลุกลามบานปลาย อันเป็นความผิดพลาดของฝ่ายผู้เสียชีวิตด้วยส่วนหนึ่งส่วนใด การรอคอยการลงทัณฑ์ให้แก่จำเลยน่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและก็สังคมส่วนรวมมากยิ่งกว่าการลงทัณฑ์ติดตะรางไปเสียทีเดียว

ตัดสินคดีแก้เป็นว่า ฐานฆ่าคนอื่นโดยคุ้มครองเกินควรแก่เหตุ ติดตะราง 5 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม อาจติดตะราง 3 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดพลาดฐานพาอาวุธปืนฯ แล้ว รวมติดตะราง 3 ปี 4 เดือน และก็ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้คอยการลงทัณฑ์ไว้ 3 ปี คุมการปฏิบัติ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมปฏิบัติตัวทุก 3 เดือน ให้จำเลยไปเข้ารับการฝึกอบรมที่เกี่ยวกับการหยุดควบคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนนหนทางและก็ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 30 ชั่วโมง

โดยทางฝ่ายทนายความและก็แม่ของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยข้างหลังฟังคำวินิจฉัยว่า ก็ไม่มีอะไรแล้ว มันนานมาแล้วก็เห็นด้วยคำตัดสินของศาล ส่วนทางแพ่งก็เหมือนเดิม เขาต้องมาชดใช้ และก็วันนี้คำวินิจฉัยก็เป็นไปตามที่ศาลท่านตรึกตรอง จำเลยไม่มาก็มีการปรับไปแล้ว ส่วนทางแพ่งก็รอดูเขาว่าจะมาชดใช้เมื่อไร เพื่อเป็นไปตามอำนาจศาล