20/10/2021

เว็บหนังออนไลน์ฟรี เต็มเรื่องแนะนำ หนังสนุกให้คุณ ไม่จำกัด

ขอแนะนำเว็บดูหนังน้องใหม่ให้คุณครับ เว็บหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีไม่เสียตัง ในเว็บมีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังเกาหลี การ์ตูนและซีรีย์มากมายให้ดูกันค่ะ มีหนังทั้งพากย์ไทย

Clubhouse คืออะไร ทำไมถูกแบนในจีน

“ค่ายปรับทัศนคติ” ที่เขตซินเจียงของจีนมีจริงหรือไม่ ไต้หวันควรได้รับเอกราชจากจีนหรือเปล่า หัวข้อสนทนาเหล่านี้กำลังเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงผ่านแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียชื่อ คลับเฮาส์ (Clubhouse) ที่คนใช้เสียงคุยกันอย่างเดียว และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้

ก็เลยไม่น่าประหลาดใจที่ปัจจุบันคนในจีนไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ได้แล้ว
แอปพลิเคชันนี้คืออะไร
คลับเฮาส์เป็นแอปพลิเคชันที่ยังคงใช้ได้เฉพาะในหมู่คนใช้โทรศัทพ์โทรศัพท์มือถือไอโฟนแค่นั้น แล้วก็จำต้องได้รับ “คำเชิญ” จากผู้ที่ใช้แอปฯ อยู่แล้วเท่านั้นถึงจะเข้าไปใช้เพื่อคุยกันทางเสียงแค่นั้น ลักษณะคล้ายๆกึ่งวิทยุสื่อสาร กึ่งห้องสำหรับประชุมออนไลน์ ราวคุณกำลังฟังเพียงพอดคาสต์แบบสดๆแต่ว่าก็สามารถเข้าไปคุยได้ด้วย
ข้อมูลที่ได้รับมาจากบริษัทวิเคราะด้านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือเซ็นเซอร์ทาวเวอร์ (Sensor Tower) นับถึงวันที่ 31 มกราคม พบว่ามีการดาวน์โหลดแอปฯ นี้ไปแล้ว 2.3 ล้านครั้งร่วมกัน ภายหลังจากเปิดตัวเมื่อ พ.ค. ที่แล้ว โดยเวลานี้ค่าของโครงข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คนี้อยู่ที่แทบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา แต่ว่ามีแถลงการณ์ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ขยับขึ้นไปแตะต้องพันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา แล้ว
ในเชิงเคล็ดวิธีแล้ว แอปฯ นี้มีมาตรการรักษาความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เนื่องมาจากไม่มีทางเลือกให้คนอัดเสียงบทพูดเอาไว้ได้ แต่ว่าก็มีในกรณีที่มีคนแอบอัดเสียงเสวนาของคนที่ใครๆก็รู้จัก แล้วเอาไปอัปโหลดลงยูทิวบ์ในวันหลัง
ในเวลานี้ผู้มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา เริ่มหันมาใช้แอปฯ นี้มากเพิ่มขึ้นเป็นต้นว่า โอปราห์ วินฟรีย์ เดเกลื่อนกลาด แล้วก็จาเรด เลโต จากที่เคยใช้กันในหมู่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแล้วก็นักลงทุน ในแถบซิลิคอนแวลลีย์ของสหรัฐอเมริกา แค่นั้น จนตราบเท่ายอดดาวน์โหลดพุ่งเป็นเท่าตัวข้างหลังอีลอน มัสก์ แล้วก็มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เริ่มใช้แพลตฟอร์มนี้ด้วย
ช่องโหว่


ที่ผ่านมาคนในจีนสามารถใช้แอปฯ นี้ได้จนกระทั่งเมื่อต้นอาทิตย์ที่แล้ว โดยในระหว่างระยะเวลาสั้นๆนั้น คนได้ฉวยโอกาสใช้ “ช่องโหว่” นี้ คุยกันถึง “เรื่องต้องห้าม” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชาวอุยกูร์ในซินเจียง การล้มล้างคนคัดค้านประเทศฮ่องกง หรือความเกี่ยวเนื่องระหว่างไต้หวันกับจีน
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้าอินเทอร์เน็ตจริงๆ” หญิงจากจีนแผ่นดินใหญ่คนหนึ่งแถลงการณ์ในห้องสนทนาหนึ่ง
สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีมีโอกาสได้เข้าไปฟังบทพูดพวกนี้ด้วย อย่างในห้องสนทนาที่ชื่อ “Everyone asks Everyone” เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน คนจากอีกทั้งจีนแล้วก็ไต้หวันร่วมคุยกันด้วยภาษาจีนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณประโยชน์ของประชาธิปไตยในประเทศที่คนพูดภาษาจีน ความน่าจะเป็นไปได้ที่จีนจะมารวมไต้หวันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอย่างเป็นทางการ ไปจนกระทั่งเรื่องส่วนบุคคล
ท่ามกลางความเคร่งเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันแล้วก็ประเทศฮ่องกง นี่ไม่ใช่การปรากฏที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะเหตุว่าจีนใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนสำหรับในการคัดเลือกกรองแล้วก็พิจารณาข้อมูลการใช้แรงงานอินเทอร์เน็ตของประชาชน ซึ่งนักวิจารณ์เรียกวัสดุพวกนี้แบบเสียดสีว่า “กำแพงไฟร์วอลล์เมืองจีน” (great firewall)
ในเวลานี้ ถ้าผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบนแพลตฟอร์มที่ยังคงใช้ได้ในประเทศอย่างเว็บไซต์ เว่ยป๋อ (Weibo) แล้วก็แอปพลิเคชันวีแชต (WeChat) ก็บางทีอาจถูกทางการจัดการได้ แต่ว่าในระยะเวลาสั้นๆที่คนในจีนสามารถใช้คลับเฮาส์ได้ ไม่มีการเซ็นเซอร์รายละเอียดการเสวนาอะไร ทำให้คนก็รู้สึกไม่เป็นอันตรายในระดับหนึ่งเนื่องมาจากไม่มีทางเลือกให้คนอัดเสียงบทพูดเอาไว้ จนกระทั่งจุดหนึ่งมีคนเข้าร่วมในห้องสนทนาดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นพร้อมกันถึง 5 พันคน
“ว่ากันตรงๆมันก็มีการโฆษณาชวนเชื่อกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ ทำไมเราไม่เพียรพยายามมารู้เรื่องกันและกันให้เยอะขึ้น เห็นอกเห็นใจกัน แล้วก็ให้การเกื้อหนุนกัน” หญิงจากไต้หวันคนหนึ่งกล่าว
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว มีห้องสนทนาชื่อ “มีค่ายกักกันที่ซินเจียงหรือไม่” (Is there a concentration camp in Xinjiang?) ที่คนเข้าไปโต้เถียงกันนานถึง 12 ชั่วโมง ฟรานซิส (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ผลิตกลุ่มบอกกับสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีว่า กลุ่มนี้ไม่ได้มีเพื่อตั้งข้อซักถามว่าค่ายกักกันมีใช่หรือไม่ แต่ว่าเพื่อคนมีแสดงความคิดเห็นที่ต่างกันต่อหลักการของจีนในเขตปกครองซินเจียง
“ผู้ฟังที่เป็นชาวจีนเชื้อสายฮั่นคนไม่ใช่น้อย ซึ่งเคยไม่เชื่อว่ามีค่ายพวกนี้จริง รู้สึกร่วมไปกับคำบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจากปากชาวอุยกูร์แล้วก็รู้เรื่องท้ายที่สุดว่ามีเรื่องมีราวร้ายกาจมากแค่ไหนเกิดขึ้น นี่บางทีอาจเป็นความสำเร็จสูงสุดของกลุ่มเสวนานี้” ฟรานซิส ซึ่งเป็นเป็นนักทำหนังชาวจีนเชื้อสายฮั่นที่อาศัยอยู่ในนครลอสแอนเจลิส กล่าว
ข้อไม่ค่อยสบายใจ
ในเวลาที่แอปฯ ได้รับความนิยมมากเพิ่มขึ้นแต่ว่าก็เริ่มมีความหนักใจเยอะขึ้นเช่นกันโดยคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีมาตรการควบคุมผู้เข้าร่วมบทพูด
เมื่อเดือน ธันวาคม เคเกลื่อนกลาด เจนรับประทานส์ เขียนเนื้อหาของบทความลงในเว็บไซต์วัลเชอร์ (Vulture) ว่า ถ้าคนที่สร้างกลุ่มแล้วก็คอยควบคุมบทพูดไม่ระวัง การเสวนาก็บางทีอาจแปลงเป็นการโจมตีกันและกันได้
เขาบอกอีกว่า จำต้องรอดูกันต่อไปว่าคนแค่สนใจแอปพลิเคชัน ที่ในระดับหนึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากการเลียนแบบประสบการณ์การแชตออนไลน์กับคนแปลกหน้าในยุคทศวรรษ 90 เพียงแต่เพราะเหตุว่าในตอนนี้เราจำต้องอยู่กับบ้านแล้วก็รู้สึกเหงาหงอยหรือไม่
Clubhouse ในไทย
แอปพลิเคชันนี้กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนไทยมากขึ้นเช่นกัน ในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมามีผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วก็ “อินฟลูเอนเซอร์” ในโลกอินเตอร์เน็ตคนไม่ใช่น้อยโพสต์ใจความบอกเล่าประสบการณ์การเข้าร่วมหรือเป็นเจ้าภาพ (โฮสต์) การคุยในประเด็นต่างๆในคลับเฮาส์ ได้แก่ สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ เปิดห้องสนทนาหัวข้อ “วิธีกลับใจกองเชียร์ทหาร” แล้วก็ ปวิน รุ่งเรืองพงศ์พันธุ์พันธ์ นักวิชาการแล้วก็ผู้ลี้ภัยทางการเมือง เปิดห้องสนทนาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์แล้วก็ในหลวงรัชกาลที่ 10
นักการเมือง นักวิชาการ นักวิจารณ์แล้วก็สื่อมวลชนที่เป็นที่รู้จักจำนวนไม่น้อยขึ้นเรื่อยต่างก็ดาวน์โหลดคลับเฮาส์มาใช้แล้วก็เข้าร่วมการคุย
เมื่อเร็วๆนี้ยังมีผู้ตั้งบัญชีทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ซึ่งไม่ได้เป็นบัญชีทางการของแอปพลิเคชัน เพื่อเป็นช่องทางให้บรรดาเจ้าของงานห้องสนทนาคลับเฮาส์ โฆษณาห้องสนทนาของตน ซึ่งปรากฏว่ามีการโฆษณาห้องสนทนาในประเด็นที่นานัปการ ตั้งแต่เรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษ การเมืองในภรรยานมา แชร์ประสบการณ์เลวร้ายสำหรับในการดำเนินงาน ไปจนกระทั่งเรื่องดูดวงแล้วก็ไสยศาสตร์
ทวิตเตอร์ @ClubhouseTh ยังให้ข้อมูลด้วยว่าห้องสนทนาของ ดร.ปวิน เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 10 ตอนวันที่ 16 ก.พ. “สร้างการปรากฏใหม่กับการนำห้องคลับเฮาส์เต็มถึง 2 ห้องๆละ 6 พันคน ยอดฟังกว่า 1.2 หมื่นคน”