21/10/2021

เว็บหนังออนไลน์ฟรี เต็มเรื่องแนะนำ หนังสนุกให้คุณ ไม่จำกัด

ขอแนะนำเว็บดูหนังน้องใหม่ให้คุณครับ เว็บหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีไม่เสียตัง ในเว็บมีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังเกาหลี การ์ตูนและซีรีย์มากมายให้ดูกันค่ะ มีหนังทั้งพากย์ไทย

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด”

วันที่ 4 พ.ค. 2564 ตลอดทั้งคืนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสม่ำเสมอถึงวันนี้ ชาวโซเชียลน่าจะเลื่อนฟีดแล้วพบมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ตอนแรกคนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจรู้สึกว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกรุ๊ปของสหายๆในเฟซบุ๊ก แต่เชื่อหรือเปล่าว่าดราม่านี้เป็นความสม่ำเสมอจากกระแส กรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเหอะ” ซึ่ง ณ เวลา 13.55 น. วันนี้ จำนวนสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว
ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเหอะ” ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยออกมาแนะนำผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่ามองข้ามหัวข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกาลกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เห็นว่า แม้สมาชิกในกลุ่มนี้ เพียง 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปต่างประเทศจริงๆนับว่าน่าเป็นห่วง เพราะว่าผู้ที่จะไปได้ควรเป็นระดับครีมของครีม เป็นผู้ที่มีความรู้จริงที่เป็นประเทศนั้นเห็นด้วย
ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต้านทานเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์ว่า คนวัยหนุ่มวัยสาวรับไม่ได้และไม่เห็นวี่แววการเปลี่ยนแปลง ก็คงจะอยากย้ายเพราะว่าประเทศส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างงี้ แต่ถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช้ว่าจะง่าย แล้วก็ความรู้สึกนี้จะเปลี่ยนเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกรุ๊ป มีความเสมอภาคให้คนทุกคน
แต่ข้อคิดเห็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวคิดด้านการเมืองตรงกันข้ามกับสมาชิกส่วนใหญ่ในกรุ๊ป “ย้ายประเทศกันเหอะ” โน่นคือ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติประยุกต์ นิด้า (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก อเมริกา แทบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยเห็นด้วยว่าทีแรกๆมีความคิดจะไม่กลับเมืองไทย จะอยู่สหรัฐฯ ต่อ
เมื่ออยู่สหรัฐฯ ได้ครู่หนึ่ง ก็เลยรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงแค่ “พลเมืองชั้นสอง” พบความไม่เสมอภาคหรือการไม่ชอบเดียดฉันท์ (prejudice) หลายอย่าง เลยทราบว่าอยู่ที่แหน่งใดก็ไม่มีความสุขเสมือนเมืองไทย
แต่เรื่องราวที่ทำให้อาจารย์คนมีชื่อเสียงไม่อยากอยู่ต่างชาติต่อ คือเรื่องราวฝังใจในวันที่อากาศหนาวมาก…
“วันหนึ่งอากาศหนาวมาก ผมจะเข้าบ้านเช้าตรู่ เลยถอดถุงมือเพื่อจับลูกกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เพราะว่าหนาวเย็นจัดมาก มือเปล่าๆเลยเกิดน้ำแข็งติดตามกับลูกบิดประตู ผมต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือจนถึงเอามือออกมาจากลูกบิด…” ผศ.ดร.อานนท์ เล่า

pp2
จุดหักเหนี้เองที่ทำให้ ผศ.ดร.อานนท์ เกิดปัญหาในใจว่า จะอยู่ทรมานเป็นพลเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิดเพราะเหตุใด? วินาทีนั้นก็เลยตกลงใจว่าต้องกลับมารับใช้ชาติบ้านเมือง
“ชาติบ้านเมืองของเรา บางครั้งก็อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกแยกขัดแย้ง มีคนชั่วช้า มีนักการเมืองชั่วช้า มีประชาชนชั่วช้าแล้วก็เห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงธุรกิจภายในประเทศ มีการแกล้งทำร้ายกัน แต่ถ้าเราตั้งมั่นสำหรับเพื่อการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าแล้วความดีงามจะคุ้มครองป้องกันเรา อยู่ที่แหน่งใด ทำเพื่อคนใดกันแน่ก็ไม่เท่ากับทำให้แผ่นดินเกิด”
ก่อนจบท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนชังชาติที่คิดจะไปอยู่บ้านเมืองอื่น ชาติอื่น แล้ววันใดวันหนึ่งคุณจะเข้าจิตใจ เอาเป็นว่า ขออวยพรให้พวกที่อยากไป ได้ไป ได้เจอกับข้อเท็จจริง ขอให้รีบๆไปเลยขอรับ ขออวยพรให้ลาภดี ได้เข้าใจชีวิตจริงๆไม่ได้เหนี่ยวรั้ง ไม่ได้ไล่ อวยพรให้จงรีบไปให้เร็วสมใจอยากต้องการจงทุกอย่าง
สุดท้ายเรื่องเล่าของ ผศ.ดร.อานนท์ ได้เปลี่ยนเป็นไวรัลในโซเชียล เพียง 1 วันข้างหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงอารมณ์กว่า 3.1 หมื่นครั้ง แล้วก็แสดงความเห็นมากยิ่งกว่า 3.3 พันครั้ง
สำหรับผู้ที่เห็นด้วยต่างชื่นชอบที่ ผศ.ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้ชาติ ทั้งเป็นกำลังจิตใจให้ในการต่อสู้เพื่อปกป้องรักษาบ้านเมือง แต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกระหน่ำ ผศ.ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการเล่าเรียนสูง เหตุใดก็เลยไม่เคยทราบว่าควรใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ในขณะที่อีกคนจำนวนไม่น้อยล้อเลียนว่า แม้ไม่ใช่เพราะว่าลูกบิด คงจะไม่กลับมารับใช้ชาติ แล้วก็ต่อมา ผศ.ดร.อานนท์ ได้จำกัดผู้ที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว
ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ โพสต์ถึงหัวข้อนี้อีกครั้ง โดยชี้แจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขลูกกุญแจไม่ได้ เพราะว่าอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วลืมใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู คือเรื่องธรรดา คนเราเผลอลืมกันได้
ยิ่งกว่านั้นยังพูดถึงชายคนหนึ่งว่า ทะเลาะกับคนภายในครอบครัว เพียงพอเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดแล้วก็ประตูบ้านตนเองจนถึงเหลวพังยับ เอาแต่ใจตัวเอง ไร้วุฒิภาวะ มีแต่อารมณ์ ที่สำคัญทำลายบ้านช่องแล้วก็บ้านเมืองของตน
แต่ ผศ.ดร.อานนท์ ไม่ได้บอกว่ากล่าวเอ๋ยถึงคนใดกันแน่