04/12/2021

เว็บหนังออนไลน์ฟรี เต็มเรื่องแนะนำ หนังสนุกให้คุณ ไม่จำกัด

ขอแนะนำเว็บดูหนังน้องใหม่ให้คุณครับ เว็บหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีไม่เสียตัง ในเว็บมีทั้งหนังไทย หนังจีน หนังเกาหลี การ์ตูนและซีรีย์มากมายให้ดูกันค่ะ มีหนังทั้งพากย์ไทย

‘วันงดสูบบุหรี่โลก’ 31 พฤษภาคม เผยสมัยโควิดคนไทยดูดน้อยลง 49.12%

“วันงดดูดบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี ชักชวนเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบต่ำลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดดูดบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี ชักชวนคนไทยมารู้จักสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักสูบ จำนวนการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ปัจจุบัน.. จะพาไปดูผลที่ได้รับจากการสำรวจการสูบบุหรี่กลุ่มแรงงานในช่วงโควิด-19 ระบาด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เก็บรวบรวมข้อมูลมาให้ทราบกัน ดังนี้

1. คนไทยดูดบุหรี่ต่ำลง ช่วง “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากหน่วยงานวิจัยและก็จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวมาว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้ทำสำรวจเรื่อง “พฤติกรรมการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในกรุงเทพฯ และก็ละแวกใกล้เคียง เมื่อม.ย. พ.ศ.2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 แบบอย่าง (ดังเช่น มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้านงานเรือน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ห้างร้าน)

ผลที่เกิดจากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคยาสูบในช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในจำนวนต่ำลง เนื่องจากรายได้ต่ำลงมากที่สุด ปริมาณร้อยละ 49.12

• รองลงมาเป็น ลดบุหรี่ด้วยเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ปริมาณร้อยละ 29.57

• ชั้นสามเป็นลดบุหรี่เพื่ออยากดูแลสุขภาพ ปริมาณร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่สำหรับการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบมากที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาชั้นสองเป็น11-15 มวนต่อวัน ส่วนชั้นสามเป็น1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “กรรมวิธีเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้คิดแผนไว้ ผลที่ได้รับจากการสำรวจพบว่า โดยมากใช้วิธีลดปริมาณมวนบุหรี่ลง มากที่สุด ปริมาณร้อยละ 57.63 รองลงมาเป็นหยุดสูบโดยทันที (หักดิบ) ปริมาณร้อยละ 34.41 และก็รับคำแนะนำเพื่อเลิกบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานเหตุการณ์ดื่มสุราและก็ดูดบุหรี่ เมื่อช่วงไตรมาส 3 ในปี 2563 กล่าวว่า คนไทยบริโภคสุราและก็ยาสูบต่ำลง 5.5% โดยสุราต่ำลง 7.5% ยาสูบต่ำลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่ดูดบุหรี่ กล่าวมาว่า ยาสูบและก็สุราเป็นต้นเหตุของ “ภาระหน้าที่โรค” สร้างความสูญเสียทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของคนไทยถึง 15.13% หรือแทบ 1 ใน 6 ของภาระหน้าที่โรคทั้งสิ้นในปี 2557
ยิ่งกว่านั้นยังส่งผลลบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และก็สังคม ทั้งยังระดับครอบครัว ชุมชน และก็ประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยืนนานขององค์การสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 คนไทยกินเหล้า ดูดบุหรี่ต่ำลง)

3. สถิติปริมาณนักสูบ พบว่าต่ำลงแต่ไม่มากมาย
ด้านสสช. มีรายงานการกระทำการสูบบุหรี่และก็การดื่มสุราของราษฎร พ.ศ. 2560 (ข้อมูลปัจจุบันมีถึงปี 2560 เท่านั้น) โดยกล่าวว่าราษฎรไทยที่แก่ 15 ปี มีทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน เป็นคนที่ดูดบุหรี่คนใหม่ 10.7 ล้านคน (ปริมาณร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• คนที่สูบเสมอๆ 9.4 ล้านคน (ปริมาณร้อยละ 16.8)
• คนที่สูบนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (ปริมาณร้อยละ 2.3)
– ราษฎรกลุ่มเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด ปริมาณร้อยละ 9.7
– ราษฎรอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 20.7
– ราษฎรอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด ปริมาณร้อยละ 21.9
– ราษฎรอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 19.1
– ราษฎรกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในราษฎรอายุ 15 ปีขึ้นไป ต่ำลงไม่มากมาย แต่ต่ำลงอย่างสม่ำเสมอ จากปริมาณร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็ปริมาณร้อยละ 19.1 ในปี 2560
เพศชายที่ดูดบุหรี่ต่ำลงมากกว่าหญิง โดยเพศชายต่ำลง ปริมาณร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็ปริมาณร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับหญิงต่ำลงจากปริมาณร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็ปริมาณร้อยละ 1.7 ในปี 2560
ทั้งยัง มีข้อมูลจากแผนกแพทยศาสตร์ โรงหมอรามาธิบดี ได้ทำรายงานสำรวจสาเหตุการตายจากบุหรี่ในปี 2560 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย นำมาซึ่งค่าสูญเสียด้านเศรษฐกิจ ดังเช่น ค่ารักษาปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าความสูญเสียจากการถึงแก่กรรมก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมยอดปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้ดูดบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดดูดบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้
กระทรวงสาธารณสุข เชื้อเชิญพสกนิกรร่วมรณรงค์วันงดดูดบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2564 “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” เพื่อช่วยเหลือให้เลิกสูบสินค้ายาสูบทุกประเภท ลดการเสี่ยงการรับเชื้อ ลดแพร่ขยายเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เป็น “วันงดดูดบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อ 180 ประเทศสมาชิกผลักดันเชิงแนวนโยบาย และก็จัดงานกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักถึงพิษภัยและก็โทษของบุหรี่ทุกประเภท ช่วยเหลือให้ผู้ดูดบุหรี่ทั่วโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับเมืองไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นติดต่อสื่อสารไปยังพสกนิกร ภายใต้คำขวัญ “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” เนื่องจากในเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า การกระทำการ “ดูดบุหรี่” ถือเป็นการกระทำเสี่ยง เพิ่มช่องทางรับเชื้อหรือแพร่ขยายเชื้อโควิดได้ มีรายงานพบผู้ป่วยที่ติดโรคโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่กระแสไฟฟ้า โดยมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีอาการร้ายแรง และก็เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอเชื้อเชิญผู้ดูดบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงงานระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยคนที่อยากเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการและก็รับคำขอความเห็น โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรคำศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
หน่วยงานวิจัยและก็จัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สสช.1
สสช.2
กระทรวงสาธารณสุข